THB หน้าแรก
หน้าแรก · เครื่องคำนวณ · บทความ
บทความ · ไทย

เงินบาทอ่อนค่ากี่เปอร์เซ็นต์ในวิกฤตแต่ละครั้ง

ในวิกฤตปี 1997 เงินบาทอ่อนค่า 116.0% ภายในเจ็ดเดือน ส่วนรอบปี 2022 อ่อนค่า 14.2% ในเก้าเดือน เปรียบเทียบขนาด ความเร็ว และระยะเวลาฟื้นตัวของห้าช่วงวิกฤต ด้วยอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยรายเดือนชุดเดียวกัน

CapsWindowเผยแพร่:
อัตราแลกเปลี่ยนUSD

เงินบาทอ่อนค่ากี่เปอร์เซ็นต์ในแต่ละวิกฤต

มากที่สุดคือ 116.0% ในช่วงปี 1997 และช่วงที่เหลืออยู่ในระดับหลักเดียวถึง 14.2% ตารางข้างล่างใช้ค่าเฉลี่ยรายเดือนของบาทต่อดอลลาร์สหรัฐจากชุดข้อมูลเดียวกันทั้งหมด โดยนับจากเดือนฐานไปยังค่าเฉลี่ยรายเดือนที่สูงที่สุดในช่วงนั้น (BIS อัตราแลกเปลี่ยนทวิภาคี)

ภาพอธิบาย

เงินบาทอ่อนค่ากี่เปอร์เซ็นต์ในแต่ละวิกฤต

อ่อนค่า

  • วิกฤตปี 1997+116.0%
  • วิกฤตการเงินโลก 2008+7.7%
  • โควิด 2020+7.1%
  • การขึ้นดอกเบี้ย 2022+14.2%
  • รอบปี 2024–2026+3.3%

ใช้มาตราส่วนเชิงเส้นเดียวกันโดยเริ่มจากศูนย์ คัดเลือกบางรายการจากตารางด้านล่าง วันที่อ้างอิง หน่วย นิยาม และข้อจำกัดยังคงเป็นไปตามตารางและเนื้อหาเดิม

แหล่งข้อมูล ↓

ช่วงเดือนฐานจุดสูงสุด (ค่าเฉลี่ยเดือน)อ่อนค่าใช้เวลา
วิกฤตปี 199724.53 (มิ.ย. 1997)52.98 (ม.ค. 1998)+116.0%7 เดือน
วิกฤตการเงินโลก 200833.21 (มิ.ย. 2008)35.77 (มี.ค. 2009)+7.7%9 เดือน
โควิด 202030.46 (ม.ค. 2020)32.63 (เม.ย. 2020)+7.1%3 เดือน
การขึ้นดอกเบี้ย 202233.24 (ม.ค. 2022)37.95 (ต.ค. 2022)+14.2%9 เดือน
รอบปี 2024–202633.33 (ก.ย. 2024)34.43 (พ.ย. 2024)+3.3%2 เดือน
+116.0% เทียบกับ +3.3%
การอ่อนค่าของเงินบาทในช่วงปี 1997 เทียบกับรอบที่เริ่มเดือนกันยายน 2024 คำนวณจากค่าเฉลี่ยรายเดือน (BIS)

ประเทศไทยเป็นจุดเริ่มของวิกฤตปี 1997 และตัวเลขก็สะท้อนเช่นนั้น หลังจากนั้นไม่มีช่วงใดเข้าใกล้อีกเลย

ตัวเลขทั้งหมดเป็นค่าเฉลี่ยรายเดือน ไม่ใช่อัตราปิดรายวันหรือจุดสูงสุดระหว่างวัน ซึ่งสูงกว่าเสมอในช่วงผันผวน เดือนฐานกำหนดไว้ตายตัวที่มิถุนายน 1997 สำหรับทุกตลาดเพื่อให้เทียบกันได้ แต่ประเทศไทยเปลี่ยนไปใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนลอยตัวเมื่อ 2 กรกฎาคม 1997 จุดเปลี่ยนจริงจึงอยู่หลังเดือนฐานหนึ่งเดือน นอกจากนี้เครื่องคำนวณของเว็บไซต์ใช้ชุดอัตราแลกเปลี่ยนคนละชุดกับตารางนี้ ตัวเลขทศนิยมจึงอาจต่างกันเล็กน้อย อย่านำสองชุดมารวมในตารางเดียวกัน

ขนาดกับระยะเวลาฟื้นตัวเป็นคนละเรื่อง

ช่วงที่อ่อนค่าน้อยกว่าไม่ได้ฟื้นเร็วกว่าเสมอไป ตารางข้างล่างนับจากจุดสูงสุดไปจนถึงเดือนแรกที่ค่าเฉลี่ยกลับมาอยู่ที่ระดับเดือนฐานหรือต่ำกว่า

ช่วงอ่อนค่าเวลาที่ใช้ฟื้นตัว
วิกฤตปี 1997+116.0%ยังไม่ฟื้น
วิกฤตการเงินโลก 2008+7.7%10 เดือน
โควิด 2020+7.1%7 เดือน
การขึ้นดอกเบี้ย 2022+14.2%31 เดือน
รอบปี 2024–2026+3.3%6 เดือน

รอบปี 2022 อ่อนค่าเพียงหนึ่งในแปดของปี 1997 แต่ใช้เวลาถึง 31 เดือนจึงกลับมาที่ 33.24 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2025 ส่วนระดับ 24.53 บาทของเดือนมิถุนายน 1997 ยังไม่เคยกลับมาอีกเลย ค่าเฉลี่ยเดือนสิงหาคม 2026 อยู่ที่ 33.01 บาทต่อดอลลาร์

ข้อสรุปสำหรับผู้อ่านคือ ระดับปัจจุบันบอกเพียงว่าตอนนี้อยู่ตรงไหน ไม่ได้บอกว่ามาถึงจุดนี้เร็วแค่ไหนหรืออยู่ตรงนี้มานานเท่าใด และสองอย่างหลังคือสิ่งที่ทำให้ผลกระทบต่อผู้นำเข้า ผู้ส่งออก และครัวเรือนต่างกัน

ในปี 1997 มีแต่เงินบาทที่อ่อนค่าหรือไม่

ไม่ แต่ขนาดต่างกันมาก ตารางข้างล่างวัดจากเดือนมิถุนายน 1997 ถึงจุดสูงสุดของแต่ละสกุลด้วยวิธีเดียวกัน

สกุลเงินอ่อนค่าจากมิ.ย. 1997ใช้เวลา
รูเปียห์อินโดนีเซีย+467.4%13 เดือน
บาทไทย+116.0%7 เดือน
ริงกิตมาเลเซีย+75.2%7 เดือน
เปโซฟิลิปปินส์+66.0%15 เดือน
ดอลลาร์ไต้หวัน+24.5%14 เดือน
ดอลลาร์ฮ่องกง+0.4%30 เดือน

เงินบาทอ่อนค่าเร็วที่สุดในกลุ่มนี้เมื่อวัดเป็นเดือน แต่รูเปียห์อ่อนค่ามากกว่าสี่เท่า ส่วนดอลลาร์ฮ่องกงแทบไม่ขยับเลยเพราะใช้ระบบผูกค่าเงินกับดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการเทียบนอกภูมิภาค เงินวอนเกาหลีอ่อนค่า 90.4% ในเจ็ดเดือนเช่นเดียวกับไทย

ประเทศไทยใช้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อและอัตราแลกเปลี่ยนลอยตัวแบบมีการจัดการมาตั้งแต่หลังปี 1997 ระบบที่ต่างกันให้ภาพในตารางที่ต่างกัน ตลาดที่ผูกค่าเงินจะดูดซับแรงกดดันผ่านอัตราดอกเบี้ยและทุนสำรองแทนที่จะผ่านอัตราแลกเปลี่ยน ดังนั้นตัวเลขอ่อนค่าที่ต่ำจึงไม่ได้แปลว่าแรงกดดันน้อย แต่แปลว่าแรงกดดันไปปรากฏที่อื่น

ควรตรวจสอบอะไรเมื่ออ่านตัวเลขเหล่านี้

เริ่มจากเกณฑ์ที่ใช้ ค่าเฉลี่ยรายเดือน อัตราปิดรายวัน และจุดสูงสุดระหว่างวันให้คำตอบต่างกันทั้งหมดสำหรับเหตุการณ์เดียวกัน หน้านี้ใช้ค่าเฉลี่ยรายเดือนตลอดทั้งหน้าเพื่อให้ห้าช่วงเวลาเทียบกันได้

จากนั้นดูว่าเดือนฐานถูกกำหนดอย่างไร ถ้าเลือกเดือนฐานที่ต่างออกไป เปอร์เซ็นต์จะเปลี่ยนทันที ตารางนี้ใช้เดือนฐานชุดเดียวกันกับทุกตลาด จึงเทียบข้ามตลาดได้ แต่ไม่ตรงกับวันที่เปลี่ยนระบบของแต่ละประเทศ

สุดท้าย แยกให้ชัดระหว่างอัตราแลกเปลี่ยนกับกำลังซื้อ การที่บาทอ่อนค่า 116.0% ไม่ได้แปลว่าราคาสินค้าในประเทศขึ้น 116.0% อัตราแลกเปลี่ยนเปลี่ยนราคาสินค้านำเข้าก่อน แล้วจึงส่งผ่านไปยังดัชนีราคาผู้บริโภคเพียงบางส่วนและใช้เวลา

เทียบจำนวนเงินเดียวกันด้วยหลายเกณฑ์ →

คำถามที่พบบ่อย

เงินบาทอ่อนค่ามากที่สุดเมื่อใด

ช่วงวิกฤตปี 1997 ค่าเฉลี่ยรายเดือนขึ้นถึง 52.98 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในเดือนมกราคม 1998 จาก 24.53 บาทในเดือนมิถุนายน 1997 คิดเป็นการอ่อนค่า 116.0% ภายในเจ็ดเดือน ตัวเลขนี้เป็นค่าเฉลี่ยของทั้งเดือน ไม่ใช่จุดสูงสุดรายวันซึ่งสูงกว่านั้น

รอบปัจจุบันเทียบกับปี 1997 ได้หรือไม่

ต่างกันมากทั้งขนาดและรูปแบบ รอบที่เริ่มเดือนกันยายน 2024 ขึ้นสูงสุดที่ 34.43 บาทในเดือนพฤศจิกายน 2024 คิดเป็น 3.3% ภายในสองเดือน แล้วกลับมาที่ระดับเดิมในเดือนพฤษภาคม 2025 ส่วนปี 1997 คือ 116.0% ในเจ็ดเดือน และยังไม่เคยกลับ

เงินบาทอ่อนค่าอยู่ตลาดเดียวหรือไม่ในปี 1997

ไม่ ทุกสกุลในภูมิภาคอ่อนค่าพร้อมกันแต่ไม่เท่ากัน จากเดือนมิถุนายน 1997 ถึงจุดสูงสุดของแต่ละสกุล รูเปียห์อินโดนีเซียอ่อนค่า 467.4% วอนเกาหลี 90.4% ริงกิตมาเลเซีย 75.2% เปโซฟิลิปปินส์ 66.0% ขณะที่ดอลลาร์ฮ่องกงอ่อนค่าเพียง 0.4%

ทำไมตัวเลขในหน้านี้ต่างจากอัตราที่เห็นในข่าว

หน้านี้ใช้ค่าเฉลี่ยรายเดือนของชุดข้อมูลเดียวตลอดทั้งตาราง เพื่อให้เทียบห้าช่วงเวลาได้ด้วยเกณฑ์เดียวกัน ข่าวมักอ้างอัตราปิดรายวันหรือจุดสูงสุดระหว่างวัน ซึ่งให้ตัวเลขสูงกว่าเสมอในช่วงที่ตลาดผันผวน

แหล่งข้อมูล

  1. CapsWindow · ข้อมูลและวิธีคำนวณ ↗
  2. BIS · อัตราแลกเปลี่ยนทวิภาคีต่อดอลลาร์สหรัฐ (ค่าเฉลี่ยรายเดือน) ↗
  3. ธนาคารแห่งประเทศไทย · สถิติอัตราแลกเปลี่ยน ↗

เครื่องคำนวณ

ดูเพิ่มเติม