THB หน้าแรก
หน้าแรก · เครื่องคำนวณ · บทความ
บทความ · ไทย

เงินในระบบเพิ่มทุกปี แล้วต้องรีบซื้อสินทรัพย์เลยไหม?

ปริมาณเงิน M2 ของไทยโต 5.391 เท่าตั้งแต่ 1997-01 แต่ CPI ขึ้นเพียง 1.623 เท่า และเงินบาทไม่ได้อ่อนค่าลงเลยใน 26 ปี ทิศทางระยะยาวกับจังหวะรายสิบปีจึงเป็นคนละเรื่องกัน

CapsWindowเผยแพร่:
M2CPIทองคำอัตราดอกเบี้ยค่าเงินบาท

ปริมาณเงินเพิ่มขึ้น แล้วสินทรัพย์ต้องขึ้นตามเสมอไหม?

ไม่เสมอไป และประเทศไทยคือตัวอย่างที่ชัดที่สุดตัวอย่างหนึ่ง ปริมาณเงิน M2 เพิ่มจาก 5,215,536 ล้านบาทใน 1997-01 เป็น 28,117,621 ล้านบาทใน 2026-07 คิดเป็น 5.391 เท่า แต่ดัชนีราคาผู้บริโภค (2010=100) เพิ่มจาก 76.80 ใน 2000-01 เป็น 124.64 ใน 2026-07 หรือเพียง 1.623 เท่า และในช่วงเวลาเดียวกันอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 37.35 บาทต่อดอลลาร์ใน 2000-01 มาเป็น 33.01 ใน 2026-08 นั่นคือเงินบาทไม่ได้อ่อนค่าลงเลยตลอด 26 ปี

×5.391

M2 ไทย 1997-01 → 2026-07 · ที่มา: ธนาคารแห่งประเทศไทย

ประโยคที่ได้ยินบ่อยว่า “พิมพ์เงินมากเท่าไร ค่าเงินก็พังเท่านั้น” จึงไม่ใช่กฎอัตโนมัติ ตัวเลขบอกได้เพียงว่าเงินที่เพิ่มเข้ามาไม่ได้ไปลงที่ตะกร้าสินค้าผู้บริโภคทั้งหมด ส่วนจะไปอยู่ที่ใดและอยู่นานแค่ไหน ต้องดูด้วยเกณฑ์อื่น ซึ่งข้อมูลระดับโลกชี้ไปที่ระบอบอัตราดอกเบี้ย

ทำไมสินทรัพย์ที่ชนะถึงเปลี่ยนไปตามยุค?

เพราะเมื่อระบอบอัตราดอกเบี้ยเปลี่ยน ผู้ชนะก็เปลี่ยน ไม่ใช่เพราะปริมาณเงินหยุดโต ตารางด้านล่างเทียบปริมาณเงินสหรัฐกับราคาทองคำเป็นดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ในสี่ช่วงที่ลักษณะดอกเบี้ยต่างกันชัดเจน

ภาพอธิบาย

ทำไมสินทรัพย์ที่ชนะถึงเปลี่ยนไปตามยุค?

  1. 1971-01 → 1980-01
    M2 สหรัฐ
    633.0 → 1,482.7 พันล้าน
    ทองคำ (USD/ออนซ์)
    38 → 675
    ลักษณะของช่วง
    เงินเฟ้อสูง ทองคำนำหน้าปริมาณเงินมาก
  2. 1980-01 → 2000-01
    M2 สหรัฐ
    ×3.147
    ทองคำ (USD/ออนซ์)
    675 → 284 (×0.421)
    ลักษณะของช่วง
    ดอกเบี้ยสูง CPI สหรัฐ ×2.171 ทองคำแท้จริง −80.6%
  3. 2008-12 → 2021-12
    M2 สหรัฐ
    ×2.621
    ทองคำ (USD/ออนซ์)
    1,076–1,790 ช่วงปลาย (×2.194)
    ลักษณะของช่วง
    ดอกเบี้ยต่ำยาวและมาตรการผ่อนคลาย
  4. 2021-12 → 2026-07
    M2 สหรัฐ
    ×1.080
    ทองคำ (USD/ออนซ์)
    1,790 → 4,411 (×2.464 ถึง 2026-08)
    ลักษณะของช่วง
    ปริมาณเงินโตช้าลง แต่ทองคำขึ้นแรง

คัดเลือกบางรายการจากตารางด้านล่าง วันที่อ้างอิง หน่วย นิยาม และข้อจำกัดยังคงเป็นไปตามตารางและเนื้อหาเดิม

แหล่งข้อมูล ↓

ช่วงเวลาM2 สหรัฐทองคำ (USD/ออนซ์)ลักษณะของช่วง
1971-01 → 1980-01633.0 → 1,482.7 พันล้าน38 → 675เงินเฟ้อสูง ทองคำนำหน้าปริมาณเงินมาก
1980-01 → 2000-01×3.147675 → 284 (×0.421)ดอกเบี้ยสูง CPI สหรัฐ ×2.171 ทองคำแท้จริง −80.6%
2008-12 → 2021-12×2.6211,076–1,790 ช่วงปลาย (×2.194)ดอกเบี้ยต่ำยาวและมาตรการผ่อนคลาย
2021-12 → 2026-07×1.0801,790 → 4,411 (×2.464 ถึง 2026-08)ปริมาณเงินโตช้าลง แต่ทองคำขึ้นแรง

ช่วงกลางคือบทเรียนที่คนมักลืม ระหว่าง 1980-01 ถึง 2000-01 ปริมาณเงินสหรัฐเพิ่มกว่าสามเท่า แต่ผู้ที่ถือทองคำตลอดยี่สิบปีนั้นเสียมูลค่าแท้จริงไป 80.6% เพราะเป็นช่วงที่ดอกเบี้ยถูกยกขึ้นสูงมาก อัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐเฉลี่ยรายเดือนแตะระดับสูงสุดที่ 19.10% ใน 1981-06 หลังการเข้ารับตำแหน่งของประธานเฟดในเดือน 1979-08 (FRED) เมื่อเงินสดและพันธบัตรให้ผลตอบแทนระดับนั้น สินทรัพย์ที่ไม่มีกระแสเงินสดย่อมแข่งได้ยาก

ข้อมูลของไทยบอกอะไรบ้าง?

บอกว่าช่องว่างระหว่างปริมาณเงินกับราคาผู้บริโภคเปิดกว้างขึ้นทุกทศวรรษ แต่ไม่ได้บอกว่าสินทรัพย์ใดรับเงินก้อนนั้นไป

ช่วงเวลาM2CPI
2000-01 → 2010-01×1.783×1.282
2010-01 → 2020-01×1.969×1.152
2021-12 → 2026-07×1.169×1.080
ตลอดอนุกรม×5.391 (1997-01 → 2026-07)×1.623 (2000-01 → 2026-07)

ด้านอัตราแลกเปลี่ยน เงินบาทอยู่ที่ 37.35 ต่อดอลลาร์ใน 2000-01 แล้วมาที่ 33.56 ใน 2021-12 และ 33.01 ใน 2026-08 (ธนาคารแห่งประเทศไทย) เทียบกับเพื่อนบ้านหลายประเทศที่ค่าเงินอ่อนลงชัดเจนในช่วงเดียวกัน ไทยจึงเป็นกรณีที่ปริมาณเงินโตเร็วโดยไม่มีการอ่อนค่าตามมา

ข้อจำกัดของข้อมูลชุดนี้ อนุกรม M2 ของไทยเริ่มที่ 1997-01 ส่วนอนุกรม CPI ที่ใช้เริ่มที่ 2000-01 ทั้งสองช่วงจึงไม่เท่ากันและไม่ควรนำอัตราส่วนมาหารกันตรง ๆ CPI ใช้ฐาน 2010=100 และวัดตะกร้าการบริโภคเฉลี่ย ไม่ใช่รายจ่ายของแต่ละครัวเรือน เว็บนี้ไม่มีอนุกรมราคาหุ้นไทย ราคาที่ดิน หรือราคาที่อยู่อาศัย จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าสินทรัพย์ในประเทศตัวใดชนะหรือแพ้ ตัวเลขทุกบรรทัดเป็นค่าที่สังเกตได้ ณ เดือนอ้างอิงที่ระบุและจะเปลี่ยนเมื่อมีการเผยแพร่สถิติชุดใหม่ ทั้งหมดไม่ได้หักค่าธรรมเนียมการซื้อขายและภาษี

ปี 2026 สังเกตเห็นอะไรบ้าง?

สิ่งที่สังเกตได้คือระดับดอกเบี้ยสหรัฐยังไม่กลับสู่ยุคผ่อนคลาย ในการประชุม 2026-07-29 คณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐคงกรอบเป้าหมายไว้ที่ 3.50–3.75% โดยมีกรรมการสามคนออกเสียงแย้งไปทางขึ้นดอกเบี้ย (Federal Reserve) ขณะเดียวกันปริมาณเงินสหรัฐเพิ่มเพียง 1.080 เท่าระหว่าง 2021-12 ถึง 2026-07 ซึ่งช้ากว่าทศวรรษก่อนหน้ามาก

สองข้อเท็จจริงนี้เป็นการบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ใช่การคาดการณ์ทิศทางถัดไป และไม่ได้บอกว่าสินทรัพย์ใดจะตอบสนองอย่างไร

แล้วซื้อเร็วกว่าย่อมได้เปรียบจริงหรือไม่?

คำตอบขึ้นอยู่กับต้นทุนเงินที่ใช้ซื้อ ถ้าใช้เงินออมของตัวเอง สิ่งที่เสียไปคือดอกเบี้ยเงินฝากที่จะได้รับ ถ้าใช้เงินกู้ ต้นทุนดอกเบี้ยกลายเป็นจุดคุ้มทุนที่สินทรัพย์ต้องเอาชนะให้ได้ตลอดช่วงที่ถือ ช่วง 1980-2000 ที่ยกมาข้างต้นคือภาพของสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อต้นทุนนั้นสูงเป็นเวลานาน ปริมาณเงินยังโตต่อไปก็จริง แต่ผู้ถือสินทรัพย์ที่ไม่สร้างกระแสเงินสดต้องรอนานกว่าที่คิดไว้มาก

ในทางกลับกัน กรณีของไทยก็เตือนอีกด้านหนึ่งเช่นกัน CPI ที่เพิ่ม 1.623 เท่าใน 26 ปีครึ่งและค่าเงินที่ไม่อ่อนลง ทำให้ข้อสรุปแบบเหมารวมว่า “ถือเงินสดแพ้เสมอ” ไม่ตรงกับข้อมูลของตลาดนี้ วิธีที่ใช้ได้จริงกว่าคือกำหนดช่วงเวลาที่ต้องการเทียบ เลือกเกณฑ์ให้ตรงคำถาม แล้วดูตัวเลขจากเดือนอ้างอิงเดียวกัน

ลองเทียบมูลค่าเงินของคุณตามช่วงเวลาที่เลือกเอง →

คำถามที่พบบ่อย

ปริมาณเงินเพิ่มขึ้นแปลว่าเงินบาทต้องอ่อนค่าลงหรือไม่?

ข้อมูลที่สังเกตได้ไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป M2 ของไทยเพิ่ม 5.391 เท่าระหว่าง 1997-01 ถึง 2026-07 แต่อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 37.35 บาทต่อดอลลาร์ใน 2000-01 และ 33.01 ใน 2026-08

ถ้าปริมาณเงินโตตลอด ทำไมทองคำถึงเคยขาดทุนยาว?

ระหว่าง 1980-01 ถึง 2000-01 ราคาทองคำลดจาก 675 เหลือ 284 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ทั้งที่ M2 สหรัฐเพิ่ม 3.147 เท่า ช่วงนั้นเป็นระบอบดอกเบี้ยสูง โดยอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐเฉลี่ยรายเดือนขึ้นสูงสุดที่ 19.10% ใน 1981-06

หน้านี้บอกได้ไหมว่าสินทรัพย์ไทยตัวไหนชนะเงินเฟ้อ?

บอกไม่ได้ ชุดข้อมูลที่ใช้บนเว็บนี้มีเฉพาะ M2 CPI และอัตราแลกเปลี่ยน ไม่มีอนุกรมราคาหุ้นไทยหรือราคาที่อยู่อาศัย จึงไม่สามารถสรุปการจัดอันดับสินทรัพย์ในประเทศได้

แล้วควรรีบซื้อก่อนที่เงินจะเฟ้อไปมากกว่านี้ไหม?

หน้านี้ไม่ให้คำแนะนำซื้อขาย หากใช้เงินกู้ ต้นทุนดอกเบี้ยคือจุดคุ้มทุนที่ต้องเทียบก่อน และควรรวมค่าธรรมเนียมกับภาษีเข้าไปในการเปรียบเทียบด้วย

แหล่งข้อมูล

  1. ธนาคารแห่งประเทศไทย · สถิติเงินและการธนาคาร ↗
  2. สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า · ดัชนีราคาผู้บริโภค ↗
  3. FRED · M2 Money Stock (M2SL) ↗
  4. FRED · Federal Funds Effective Rate (FEDFUNDS) ↗
  5. Federal Reserve · FOMC calendars and statements ↗
  6. CapsWindow · ข้อมูลและวิธีคำนวณ ↗

เครื่องคำนวณ

ดูเพิ่มเติม