THB หน้าแรก
หน้าแรก · เครื่องคำนวณ · บทความ
บทความ · ไทย

DCA S&P 500 เดือนละ 5,000 บาท 10 ปี ได้เท่าไร? เงินต้น 6 แสน กลายเป็น 1.28 ล้านบาท

ถ้าลงทุน S&P 500 เดือนละ 5,000 บาทตั้งแต่ ต.ค. 2559 ถึง ก.ย. 2569 เงินต้น 600,000 บาทจะมีมูลค่า 1,281,605 บาท (2.14 เท่า) ส่วน Nasdaq-100 ได้ 2.95 เท่า และ 8.20 เท่าใน 20 ปี พร้อมผลของค่าเงินบาท วันคำนวณ ภาษีเงินได้จากต่างประเทศ และกองทุนรวม

CapsWindowเผยแพร่:
หุ้นสหรัฐDCAS&P 500อัตราแลกเปลี่ยนUSD

“DCA S&P 500 ไปเรื่อย ๆ แล้วไม่ต้องคิดมาก” เป็นคำแนะนำที่คนไทยได้ยินบ่อยขึ้นทุกปี แต่ถ้ามีคนเริ่มทำจริงเมื่อ 10 ปีก่อน เดือนละ 5,000 บาท ตอนนี้เขามีเงินเท่าไร? บทความนี้คำนวณเป็นเงินบาท โดยแปลงค่าเงินตามเรทจริงของวันที่ซื้อแต่ละงวด และนำ Nasdaq-100 มาวางเทียบ คำตอบสั้น ๆ คือ เงินต้น 600,000 บาทกลายเป็นราว 1.28 ล้านบาท และที่น่าสนใจสำหรับคนไทยคือ ค่าเงินบาทแทบไม่ได้ช่วยหรือฉุดผลลัพธ์เลย

ลงทุน S&P 500 เดือนละ 5,000 บาท 10 ปี ได้เท่าไร

ถ้าซื้อดัชนี S&P 500 เดือนละ 5,000 บาท ทุกวันทำการแรกของเดือน ตั้งแต่ ต.ค. 2559 (2016) ถึง ก.ย. 2569 (2026) รวม 120 งวด เงินต้น 600,000 บาท มูลค่า ณ 25 ก.ย. 2569 คือ 1,281,605 บาท หรือ 2.14 เท่าของเงินต้น ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่คิดตามวันที่เงินแต่ละงวดเข้าไป (XIRR) อยู่ที่ 14.6% (FRED SP500, FRED DEXTHUS; คำนวณโดย CapsWindow)

600,000 → 1,281,605 บาท

S&P 500 แบบ DCA เดือนละ 5,000 บาท ต.ค. 2559 ถึง ก.ย. 2569 ประเมินมูลค่า ณ 25 ก.ย. 2569 ที่ 33.3900 บาทต่อดอลลาร์ (ดัชนีราคา ไม่รวมเงินปันผล)

ภาพอธิบาย

ลงทุน S&P 500 เดือนละ 5,000 บาท 10 ปี ได้เท่าไร

กี่เท่าของเงินต้น

  • S&P 5002.14 เท่า
  • Nasdaq-1002.95 เท่า

ใช้มาตราส่วนเชิงเส้นเดียวกันโดยเริ่มจากศูนย์ คัดเลือกบางรายการจากตารางด้านล่าง วันที่อ้างอิง หน่วย นิยาม และข้อจำกัดยังคงเป็นไปตามตารางและเนื้อหาเดิม

แหล่งข้อมูล ↓

ดัชนี (10 ปี, 120 งวด, เงินต้น 600,000 บาท)มูลค่า ณ 25 ก.ย. 2569กี่เท่าของเงินต้นXIRR ต่อปี
S&P 5001,281,605 บาท2.14 เท่า14.6%
Nasdaq-1001,770,705 บาท2.95 เท่า20.6%

กำไรก่อนภาษีและค่าธรรมเนียมจึงอยู่ที่ราว 6.8 แสนบาทสำหรับ S&P 500 และราว 1.17 ล้านบาทสำหรับ Nasdaq-100

วิธีคำนวณ สมมติว่าซื้อดัชนีที่ราคาปิดของวันทำการแรกของตลาดสหรัฐในแต่ละเดือน โดยแลกบาทเป็นดอลลาร์ด้วยเรทของวันนั้น (ถ้าไม่มีเรท ใช้วันทำการก่อนหน้า) เรทที่ใช้คือ Federal Reserve H.10 ซึ่งเป็นเรทเที่ยงวันที่นิวยอร์ก ไม่ใช่เรทที่ธนาคารไทยเสนอให้ลูกค้า ซื้อเป็นเศษหน่วยของดัชนีได้ จึงไม่ใช่ผลของกองทุนหรือ ETF จริง ประเมินมูลค่าด้วยราคาปิดและเรทวันที่ 25 ก.ย. 2569 ส่วน XIRR คือผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่ถ่วงตามวันที่เงินแต่ละงวดเข้าพอร์ต

DCA Nasdaq-100 10 ปี และ 20 ปี ได้กี่เท่า

Nasdaq-100 มีข้อมูลรายวันย้อนไปได้ 20 ปี จึงคำนวณต่อได้: เดือนละ 5,000 บาท ตั้งแต่ ต.ค. 2549 ถึง ก.ย. 2569 รวม 240 งวด เงินต้น 1,200,000 บาท มูลค่า ณ 25 ก.ย. 2569 คือ 9,838,782 บาท หรือ 8.20 เท่า XIRR 18.2% ต่อปี (FRED NASDAQ100) ส่วน S&P 500 ข้อมูลรายวันบน FRED เริ่มที่ 3 ต.ค. 2559 จึงคำนวณได้แค่ 10 ปี

Nasdaq-100 แบบ DCA เดือนละ 5,000 บาทเงินต้นมูลค่า ณ 25 ก.ย. 2569กี่เท่าXIRR ต่อปี
10 ปี (ต.ค. 2559 ถึง ก.ย. 2569)600,000 บาท1,770,705 บาท2.95 เท่า20.6%
20 ปี (ต.ค. 2549 ถึง ก.ย. 2569)1,200,000 บาท9,838,782 บาท8.20 เท่า18.2%

เงินต้นเพิ่มขึ้นแค่ 2 เท่า แต่มูลค่าปลายทางเพิ่มขึ้นมากกว่า 5 เท่า เพราะเงินงวดแรก ๆ ได้อยู่ในตลาดนานขึ้นอีก 10 ปี นี่คือพลังของระยะเวลา แต่ก็ต้องจำไว้ว่า 20 ปีนี้เป็นช่วงที่หุ้นเทคโนโลยีสหรัฐแข็งแรงเป็นพิเศษ ไม่ได้รับประกันว่า 20 ปีข้างหน้าจะเหมือนเดิม

ถ้าคำนวณคนละวัน ผลตอบแทนเปลี่ยนแค่ไหน

เปลี่ยนมาก แม้เริ่มเดือนเดียวกันและใส่เงินแบบเดียวกัน ตารางนี้ใช้พอร์ตที่เริ่ม ต.ค. 2559 เหมือนเดิม แต่หยุดและประเมินมูลค่าในวันที่ต่างกัน

วันประเมิน (เรทบาทต่อดอลลาร์)เงินต้นถึงวันนั้นS&P 500Nasdaq-100
31 ธ.ค. 2567 (34.3200)495,000 บาท902,006 บาท (1.82 เท่า)1,153,466 บาท (2.33 เท่า)
31 ธ.ค. 2568 (31.4900)555,000 บาท1,026,840 บาท (1.85 เท่า)1,336,871 บาท (2.41 เท่า)
25 ก.ย. 2569 (33.3900)600,000 บาท1,281,605 บาท (2.14 เท่า)1,770,705 บาท (2.95 เท่า)

ช่วงปี 2568 ดัชนี S&P 500 ขึ้นจาก 5,881.63 เป็น 6,845.50 จุด หรือ 16.4% ในรูปดอลลาร์ แต่ค่าเงินบาทแข็งขึ้นจาก 34.32 เป็น 31.49 บาทต่อดอลลาร์ (เรทลดลง 8.2%) พอร์ตในรูปเงินบาทจึงขยับจาก 1.82 เท่าเป็น 1.85 เท่าเท่านั้น จากนั้นตั้งแต่ต้นปี 2569 ถึง 25 ก.ย. ทั้งดัชนีที่ขึ้นอีก 13.1% (ถึง 7,743.41 จุด) และบาทที่อ่อนกลับไปที่ 33.39 บาท ดันพอร์ตขึ้นมาเป็น 2.14 เท่า (คำนวณจากค่าดัชนีและเรทในตาราง)

บทเรียนคือ ตัวเลข “DCA 10 ปีได้กี่เท่า” ขึ้นกับวันที่หยุดนับเสมอ ถ้าคุณต้องใช้เงินในปีที่ตลาดลงหรือบาทแข็ง ผลลัพธ์จะต่างจากตารางนี้ได้มาก

ค่าเงินบาทช่วยหรือฉุดผลตอบแทน DCA หุ้นสหรัฐ

ในรอบ 10 ปีนี้แทบเป็นกลาง เพราะเงินบาทจบใกล้จุดเฉลี่ยที่ซื้อ เรทเฉลี่ยของ 120 งวดที่แลกบาทเป็นดอลลาร์คือ 33.0864 บาท ส่วนเรทวันประเมินคือ 33.3900 บาท ต่างกันเพียงราว 0.9% ผล S&P 500 ในรูปดอลลาร์ (2.12 เท่า) กับในรูปเงินบาท (2.14 เท่า) จึงแทบเท่ากัน (FRED DEXTHUS)

S&P 500 แบบ DCA 10 ปีรูปดอลลาร์รูปเงินบาท
เงินที่ใส่18,134 ดอลลาร์600,000 บาท
มูลค่า ณ 25 ก.ย. 256938,383 ดอลลาร์1,281,605 บาท
กี่เท่าของเงินต้น2.12 เท่า2.14 เท่า
เรทบาทต่อดอลลาร์เฉลี่ยตอนซื้อ 33.0864วันประเมิน 33.3900
33.0864 → 33.3900

เรทเฉลี่ยที่ใช้ซื้อ 120 งวด เทียบกับเรท ณ 25 ก.ย. 2569 (บาทต่อดอลลาร์, Federal Reserve H.10) บาทอ่อนลงราว 0.9% ผลในรูปบาทจึงใกล้ผลในรูปดอลลาร์

Nasdaq-100 เป็นแบบเดียวกัน: 10 ปี 2.92 เท่าในดอลลาร์ และ 2.95 เท่าในบาท ส่วน 20 ปี เรทเฉลี่ยตอนซื้อคือ 32.7823 บาท ผลจึงเป็น 8.05 เท่าในดอลลาร์ (36,605 เป็น 294,663 ดอลลาร์) และ 8.20 เท่าในบาท

ภาพนี้ต่างจากบางประเทศในภูมิภาค ตัวอย่างเช่น ผู้ลงทุนอินโดนีเซียที่ทำ DCA S&P 500 แบบเดียวกันได้ 2.16 เท่าในดอลลาร์ แต่ได้ 2.60 เท่าในเงินรูเปียห์ เพราะรูเปียห์อ่อนค่าลงมากในช่วงนั้น สำหรับคนไทย ความเสี่ยงค่าเงินในรอบนี้ “ไม่ได้หายไป” แต่บังเอิญจบใกล้จุดเริ่ม แค่จุดอ้างอิงในบทความนี้ เรทก็อยู่ระหว่าง 31.49 ถึง 34.65 บาทต่อดอลลาร์ ดูการแปลงผลตอบแทนดอลลาร์เป็นบาทเพิ่มเติมได้ที่ อัตราแลกเปลี่ยนกับตัวเลขอ้างอิงของสหรัฐ

DCA กับลงทุนก้อนเดียว แบบไหนได้มากกว่า

ในตลาดที่ขึ้นต่อเนื่องอย่าง 10 ปีนี้ ลงทุนก้อนเดียวได้มากกว่า ถ้านำเงิน 600,000 บาทไปซื้อในวันที่ 3 ต.ค. 2559 ครั้งเดียว ที่เรท 34.6500 บาทต่อดอลลาร์ มูลค่า ณ 25 ก.ย. 2569 จะเป็นดังนี้

เงินต้น 600,000 บาทลงทุนก้อนเดียว ต.ค. 2559DCA 10 ปี
S&P 5002,071,580 บาท (3.45 เท่า)1,281,605 บาท (2.14 เท่า)
Nasdaq-1003,636,410 บาท (6.06 เท่า)1,770,705 บาท (2.95 เท่า)

การเปรียบเทียบนี้ไม่ยุติธรรมนัก ก้อนเดียวต้องมีเงิน 600,000 บาทตั้งแต่วันแรก ขณะที่ DCA ทยอยใส่ งวดสุดท้ายเพิ่งเข้าตลาดเมื่อ ก.ย. 2569 เงินโดยเฉลี่ยจึงอยู่ในตลาดสั้นกว่ามาก นอกจากนี้ ก้อนเดียวในรอบนี้ยังเสียเปรียบเรื่องค่าเงินเล็กน้อย เพราะแลกที่ 34.65 บาท แล้วบาทแข็งขึ้นเป็น 33.39 บาท (ราว 3.6%) ข้อดีของ DCA สำหรับคนเงินเดือนจึงไม่ใช่ผลตอบแทนสูงสุด แต่คือทำได้จริงจากรายได้แต่ละเดือน ไม่ต้องเดาจังหวะ และกระจายเรทแลกเงินไปหลายช่วง

ซื้อหุ้นสหรัฐเองหรือผ่านกองทุนรวม: ภาษีและค่าธรรมเนียมที่ต้องรู้

สองเส้นทางนี้มีภาระภาษีต่างกันชัดเจน (ข้อมูลตรวจสอบจากกรมสรรพากร ต.ค. 2569)

1) ถือหุ้นหรือ ETF สหรัฐผ่านบัญชีต่างประเทศเอง ตามคำถาม-คำตอบของกรมสรรพากรเรื่อง ป.161 และ ป.162 ผู้ที่อยู่ในไทยรวมตั้งแต่ 180 วันในปีภาษีที่เกิดเงินได้ ต้องนำเงินได้จากต่างประเทศที่เกิดตั้งแต่ 1 ม.ค. 2567 ไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปีที่นำเงินนั้นเข้าไทย ไม่ว่าจะนำเข้าปีเดียวกันหรือปีถัด ๆ ไป ประเด็นที่เอกสารเดียวกันระบุไว้และเกี่ยวกับนักลงทุนโดยตรงมีดังนี้

  • เงินได้ที่เกิดก่อน 1 ม.ค. 2567 ไม่ต้องเสียภาษีแม้นำเข้าไทยภายหลัง
  • กำไรที่ยังไม่ได้ขาย (unrealized gain) ยังไม่ถือเป็นเงินได้ กำไรเกิดเมื่อขาย และคิดเป็นรายธุรกรรมจากราคาขายหักราคาทุน
  • เงินต้นที่โอนออกไปลงทุนแล้วโอนกลับ ไม่ถือเป็นเงินได้ แต่ผู้เสียภาษีต้องประเมินเองตามข้อเท็จจริงว่าเงินที่นำเข้าเป็นส่วนเงินต้นหรือกำไร
  • ใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่นำเงินได้เข้ามาในประเทศไทย
  • ภาษีที่เสียในต่างประเทศแล้ว นำมาเครดิตได้ตามอนุสัญญาภาษีซ้อนที่ไทยทำกับประเทศนั้น

เงินได้ส่วนนี้รวมกับเงินได้อื่นและเสียภาษีอัตราก้าวหน้า 5% ถึง 35% (เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกได้รับยกเว้น) ตามตารางอัตราภาษีของกรมสรรพากร สำหรับเงินปันผลจากหุ้นสหรัฐ ตารางของ IRS ระบุอัตราหัก ณ ที่จ่ายทั่วไปสำหรับผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทยตามอนุสัญญาไว้ที่ 15% (IRS Table 1)

2) ลงทุนผ่านกองทุนรวมไทยที่ลงทุนในต่างประเทศ (เช่น feeder fund ที่อิง S&P 500 หรือ Nasdaq-100) เป็นช่องทางที่คนไทยนิยม เพราะซื้อเป็นเงินบาทผ่านบัญชีกองทุนในไทยได้เลย และหลายแห่งให้ตั้งซื้ออัตโนมัติรายเดือน ฝั่งภาษี เงินได้จากการขายหน่วยลงทุนในกองทุนรวมที่ตั้งตามกฎหมายหลักทรัพย์ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 ข้อ 2(32) (ไม่รวมการขายคืน RMF ซึ่งมีเงื่อนไขของตัวเอง) ส่วนเงินปันผลจากกองทุนรวม ถ้ายอมให้หักภาษี ณ ที่จ่าย 10% สามารถเลือกไม่นำไปรวมคำนวณภาษีปลายปีได้ ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.108/2544

ถ้าซื้อผ่าน RMF เงินค่าซื้อได้รับยกเว้นภาษีไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน และเมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กบข. และกองทุนเพื่อการเกษียณอื่นที่กำหนด ต้องไม่เกิน 500,000 บาท โดยต้องถือหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่ซื้อครั้งแรก ตามเอกสารค่าลดหย่อนของกรมสรรพากร เงื่อนไขการขายคืนมีรายละเอียดเพิ่มเติม ควรอ่านให้ครบก่อนตัดสินใจ

สิ่งที่ตัวเลขในบทความนี้ไม่ได้รวม กองทุนรวมแบบ feeder มีค่าใช้จ่ายสองชั้น คือค่าธรรมเนียมของกองทุนไทยและค่าใช้จ่ายของกองทุนหลักหรือ ETF ปลายทาง บางกองมีค่าธรรมเนียมซื้อขายเพิ่ม ผลตอบแทนจริงจึงต่ำกว่าดัชนีได้ทุกปี บางกองป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (hedge) บางกองไม่ป้องกัน ตัวเลขในบทความนี้เท่ากับกรณีไม่ป้องกันค่าเงิน

ดัชนีที่ใช้เป็นดัชนีราคา ไม่รวมเงินปันผล กองทุนหรือ ETF จริงจะได้เงินปันผลเพิ่ม แต่เงินปันผลนั้นถูกหักภาษีในต่างประเทศ ซึ่งขึ้นกับประเทศที่กองทุนหลักจดทะเบียน และกองทุนไทยบางกองจ่ายปันผล บางกองไม่จ่าย ควรตรวจหนังสือชี้ชวนของแต่ละกอง

ข้อจำกัดของตัวเลขชุดนี้

ตัวเลขทั้งหมดเป็นสถิติในอดีตของดัชนี S&P 500 และ Nasdaq-100 แบบดัชนีราคา ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียมกองทุน ส่วนต่างค่าเงินของธนาคาร และภาษี เรทแลกเปลี่ยนเป็นเรทอ้างอิง Federal Reserve H.10 ไม่ใช่เรทที่ผู้ลงทุนแลกได้จริง ผลลัพธ์อ่อนไหวต่อวันที่เริ่มและวันที่ประเมินอย่างที่เห็นในตาราง 10 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงที่หุ้นสหรัฐให้ผลตอบแทนสูงเป็นพิเศษ CapsWindow ไม่คาดการณ์ราคาหุ้นหรือค่าเงิน และบทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือภาษี กฎภาษีอาจเปลี่ยน ควรตรวจประกาศล่าสุดของกรมสรรพากรก่อนโอนเงินหรือขายหน่วยลงทุนจำนวนมาก

ถ้าอยากเทียบว่าเงินที่สะสมได้โตเร็วกว่าปริมาณเงินและราคาสินค้าหรือไม่ อ่านต่อที่ เงินในระบบโต แต่สินทรัพย์ตามไม่ทัน หรือใส่ตัวเลขพอร์ตของคุณเองในเครื่องคำนวณ

เทียบการเติบโตของพอร์ตคุณเอง →

คำถามที่พบบ่อย

ลงทุน S&P 500 เดือนละ 5,000 บาท 10 ปี ได้เท่าไร?

ถ้าซื้อดัชนี S&P 500 เดือนละ 5,000 บาท ทุกวันทำการแรกของเดือน ตั้งแต่ ต.ค. 2559 ถึง ก.ย. 2569 รวม 120 งวด เงินต้น 600,000 บาท มูลค่า ณ 25 ก.ย. 2569 คือ 1,281,605 บาท หรือ 2.14 เท่า ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีแบบ XIRR 14.6% ตัวเลขนี้ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียม และภาษี และเป็นสถิติในอดีต ไม่ใช่การคาดการณ์

DCA Nasdaq-100 10 ปี กับ 20 ปี ได้กี่เท่า?

เดือนละ 5,000 บาท 10 ปี (ต.ค. 2559 ถึง ก.ย. 2569) Nasdaq-100 ได้ 1,770,705 บาท หรือ 2.95 เท่าของเงินต้น 600,000 บาท ถ้า 20 ปี (ต.ค. 2549 ถึง ก.ย. 2569) เงินต้น 1,200,000 บาทเป็น 9,838,782 บาท หรือ 8.20 เท่า ทั้งหมดคิดจากดัชนีราคา ณ 25 ก.ย. 2569

ค่าเงินบาททำให้ผลตอบแทน DCA หุ้นสหรัฐเปลี่ยนไปแค่ไหน?

ในรอบ 10 ปีนี้น้อยมาก เรทเฉลี่ยที่ใช้ซื้อคือ 33.0864 บาทต่อดอลลาร์ และเรทวันคำนวณ 25 ก.ย. 2569 คือ 33.3900 บาท ต่างกันราว 0.9% ผล S&P 500 จึงเป็น 2.12 เท่าในดอลลาร์ และ 2.14 เท่าในบาท แต่ถ้าคำนวณ ณ 31 ธ.ค. 2568 ที่บาทแข็งเป็น 31.49 บาท ผลจะเหลือ 1.85 เท่า

DCA กับลงทุนก้อนเดียว แบบไหนได้มากกว่า?

ในตลาดที่ขึ้นต่อเนื่องอย่าง 10 ปีนี้ ก้อนเดียวได้มากกว่า 600,000 บาทที่ลงใน S&P 500 ครั้งเดียววันที่ 3 ต.ค. 2559 มีมูลค่า 2,071,580 บาท (3.45 เท่า) เทียบกับ DCA 1,281,605 บาท แต่เป็นการเปรียบเทียบที่ไม่เท่ากัน เพราะก้อนเดียวต้องมีเงินครบตั้งแต่วันแรก ส่วน DCA ทยอยใส่เงินตลอด 10 ปี

ซื้อหุ้นสหรัฐผ่านบัญชีต่างประเทศ ต้องเสียภาษีในไทยไหม?

ตามคำถาม-คำตอบของกรมสรรพากรเรื่อง ป.161 และ ป.162 ผู้ที่อยู่ในไทยตั้งแต่ 180 วันในปีที่เกิดเงินได้ ต้องนำเงินได้จากต่างประเทศที่เกิดตั้งแต่ 1 ม.ค. 2567 ไปรวมคำนวณภาษีในปีที่นำเข้าไทย กำไรที่ยังไม่ได้ขายไม่ถือเป็นเงินได้ และเงินต้นที่โอนกลับไม่ต้องเสียภาษี (ตรวจสอบ ต.ค. 2569) ส่วนกำไรจากการขายหน่วยลงทุนกองทุนรวมไทยของบุคคลธรรมดาได้รับยกเว้นตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 ข้อ 2(32)

แหล่งข้อมูล

  1. FRED · S&P 500 (SP500) ราคาปิดรายวัน ↗
  2. FRED · Nasdaq-100 Index (NASDAQ100) ราคาปิดรายวัน ↗
  3. FRED · บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ รายวัน (DEXTHUS, Federal Reserve H.10) ↗
  4. กรมสรรพากร · คำถาม-คำตอบ การเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 41 วรรคสอง (ป.161 และ ป.162) ↗
  5. กรมสรรพากร · กฎกระทรวง ฉบับที่ 228 แก้ไขกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 ข้อ 2(32) ↗
  6. กรมสรรพากร · คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.108/2544 (เงินส่วนแบ่งกำไรจากกองทุนรวม) ↗
  7. กรมสรรพากร · ผู้มีเงินได้มีสิทธิหักลดหย่อนอะไรได้บ้าง ↗
  8. กรมสรรพากร · อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ↗
  9. IRS · Tax treaty Table 1 อัตราภาษีเงินปันผลตามอนุสัญญา ↗

เครื่องคำนวณ

ดูเพิ่มเติม