หุ้นสหรัฐเป็นเงินบาทปี 2569: S&P 500 +12.5% ในดอลลาร์ แต่ +17.5% ในบาท
ตั้งแต่ ธ.ค. 2568 ถึง ส.ค. 2569 (ค่าเฉลี่ยรายเดือน) S&P 500 ให้ผลตอบแทน +12.5% ในดอลลาร์ และ +17.5% เมื่อคิดเป็นเงินบาท เพราะเงินบาทอ่อนค่า ดูสูตรคำนวณ ตัวอย่างเงิน 100,000 บาท ผลของจังหวะเข้าซื้อ และความต่างของกองทุนที่ป้องกันและไม่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
เงินบาทแข็งค่าที่สุดของปี 2569 (ค.ศ. 2026) ในเดือนกุมภาพันธ์ และอ่อนค่าที่สุดช่วงปลายเดือนกรกฎาคม คนไทยที่ถือหุ้นสหรัฐจึงได้ผลตอบแทนสองชั้น คือราคาหุ้นในดอลลาร์ กับการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาทเทียบดอลลาร์ บทความนี้แยกสองส่วนนี้ออกจากกันด้วยตัวเลขจริง
เงินบาทเทียบดอลลาร์เปลี่ยนไปเท่าไรในปี 2568–2569?
เงินบาทอ่อนค่าลงในปี 2569 ค่าเฉลี่ยรายเดือนอยู่ที่ 31.61 บาทต่อดอลลาร์ใน ธ.ค. 2568 และ 33.01 บาทใน ส.ค. 2569 หรือจำนวนบาทต่อดอลลาร์เพิ่มขึ้น 4.4% (BIS bilateral exchange rates ผ่านชุดข้อมูลของ CapsWindow) เดือนที่บาทแข็งที่สุดของปีคือ ก.พ. 2569 และเดือนที่อ่อนที่สุดคือ ก.ค. 2569
| ช่วงเวลา (ค่าเฉลี่ยรายเดือน) | บาทต่อ 1 ดอลลาร์ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ส.ค. 2568 | 32.4602 | จุดเริ่มต้นของช่วง 1 ปี |
| ธ.ค. 2568 | 31.6095 | จุดเริ่มต้นของช่วงต้นปีถึงปัจจุบัน |
| ก.พ. 2569 | 31.2588 | เดือนที่บาทแข็งที่สุดของปี 2569 |
| ก.ค. 2569 | 33.5097 | เดือนที่บาทอ่อนที่สุดของปี 2569 |
| ส.ค. 2569 | 33.0116 | ค่าเฉลี่ยรายเดือนล่าสุดในชุดข้อมูล |
ข้อมูลรายวันให้ภาพละเอียดกว่า ตามอัตรารับซื้อเที่ยงวันในนิวยอร์ก (H.10) ของ FRED DEXTHUS เงินบาทแข็งที่สุดของปี 2569 ในวันที่ 23 ก.พ. ที่ 30.96 บาท อ่อนที่สุดวันที่ 23 ก.ค. ที่ 33.83 บาท และอยู่ที่ 33.39 บาทในวันที่ 25 ก.ย. 2569 ส่วนวันที่ 31 ธ.ค. 2568 อยู่ที่ 31.49 บาท
หุ้นสหรัฐให้ผลตอบแทนเป็นเงินบาทเท่าไร เทียบกับในดอลลาร์?
สูงกว่าในดอลลาร์ทุกช่วงที่วัดจนถึง ส.ค. 2569 เพราะเงินบาทอ่อนค่า จาก ธ.ค. 2568 ถึง ส.ค. 2569 ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 12.5% ในดอลลาร์ แต่เพิ่มขึ้น 17.5% ในบาท (FRED SP500 ค่าเฉลี่ยรายเดือนของราคาปิดรายวัน)
S&P 500 จาก ธ.ค. 2568 ถึง ส.ค. 2569 ในดอลลาร์ และเมื่อคิดเป็นเงินบาท (ค่าเฉลี่ยรายเดือน, FRED SP500 และ BIS)
หุ้นสหรัฐให้ผลตอบแทนเป็นเงินบาทเท่าไร เทียบกับในดอลลาร์?
ในบาท
ใช้มาตราส่วนเชิงเส้นเดียวกันโดยเริ่มจากศูนย์ คัดเลือกบางรายการจากตารางด้านล่าง วันที่อ้างอิง หน่วย นิยาม และข้อจำกัดยังคงเป็นไปตามตารางและเนื้อหาเดิม
| ช่วง (ค่าเฉลี่ยรายเดือน) | ดัชนี | ในดอลลาร์ | ในบาท | บาทต่อดอลลาร์ |
|---|---|---|---|---|
| ส.ค. 2568 → ส.ค. 2569 | S&P 500 | +20.3% | +22.4% | +1.7% |
| ส.ค. 2568 → ส.ค. 2569 | Nasdaq-100 | +25.8% | +27.9% | +1.7% |
| ธ.ค. 2568 → ส.ค. 2569 | S&P 500 | +12.5% | +17.5% | +4.4% |
| ธ.ค. 2568 → ส.ค. 2569 | Nasdaq-100 | +16.0% | +21.1% | +4.4% |
ช่วง 1 ปีได้ส่วนเพิ่มจากค่าเงินน้อยกว่า เพราะใน ส.ค. 2568 เงินบาทอยู่ที่ 32.46 บาท ซึ่งไม่ต่างจาก ส.ค. 2569 มากนัก ส่วนช่วงต้นปีเริ่มนับจากเดือนที่บาทค่อนข้างแข็ง จึงได้ส่วนเพิ่มจากค่าเงินมากกว่า ข้อมูล Nasdaq-100 มาจาก FRED NASDAQ100
หากใช้ราคาปิดรายวันถึง 25 ก.ย. 2569 ภาพยังคล้ายกัน ตั้งแต่ 31 ธ.ค. 2568 S&P 500 เพิ่มขึ้น 13.1% ในดอลลาร์ และ 19.9% ในบาท ส่วน Nasdaq-100 เพิ่มขึ้น 21.2% และ 28.5% ตามลำดับ ในช่วง 1 ปีนับจาก 25 ก.ย. 2568 S&P 500 ให้ผลตอบแทน +17.2% ในดอลลาร์ และ +21.4% ในบาท
คำนวณอย่างไร และเงิน 100,000 บาทกลายเป็นเท่าไร?
ผลตอบแทนในบาท = (1 + ผลตอบแทนในดอลลาร์) × (1 + การเปลี่ยนแปลงของจำนวนบาทต่อดอลลาร์) − 1
สำหรับช่วง ธ.ค. 2568 ถึง ส.ค. 2569 คือ 1.125 × 1.044 − 1 = +17.5% (แสดงด้วยค่าที่ปัดเศษ ตัวเลขในตารางคำนวณจากค่าเต็ม)
ตัวอย่างด้านล่างคำนวณจากค่าเฉลี่ยรายเดือนในตารางข้างต้น ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียม ส่วนต่างอัตราซื้อขายเงินตรา และภาษี
| ขั้นตอน | มูลค่า |
|---|---|
| เงินลงทุนใน ธ.ค. 2568 | 100,000 บาท |
| แลกเป็นดอลลาร์ที่ 31.6095 บาท | 3,163.61 ดอลลาร์ |
| S&P 500 เพิ่มขึ้น 12.5% | 3,559.82 ดอลลาร์ |
| แลกกลับที่ 33.0116 บาท (ส.ค. 2569) | 117,515 บาท |
| หากอัตราแลกเปลี่ยนไม่เปลี่ยน | 112,524 บาท |
ส่วนต่างราว 4,991 บาท (คำนวณ) มาจากเงินบาทที่อ่อนค่าลง ไม่ได้มาจากราคาหุ้น
ถ้าซื้อวันที่เงินบาทอ่อนที่สุด ผลลัพธ์ต่างกันแค่ไหน?
ต่างกันมาก เพราะหลังจุดอ่อนที่สุดในวันที่ 23 ก.ค. 2569 เงินบาทกลับมาแข็งขึ้นบางส่วน ตารางนี้ใช้ราคาปิดรายวันและอัตรา H.10 ถึง 25 ก.ย. 2569 (FRED SP500, NASDAQ100, DEXTHUS)
| วันที่ซื้อ | บาทต่อดอลลาร์ | S&P 500 ดอลลาร์ | S&P 500 บาท | Nasdaq-100 ดอลลาร์ | Nasdaq-100 บาท |
|---|---|---|---|---|---|
| 23 ก.พ. 2569 (บาทแข็งที่สุด) | 30.96 | +13.2% | +22.1% | +23.9% | +33.6% |
| 31 ธ.ค. 2568 | 31.49 | +13.1% | +19.9% | +21.2% | +28.5% |
| 23 ก.ค. 2569 (บาทอ่อนที่สุด) | 33.83 | +4.5% | +3.2% | +7.6% | +6.2% |
เงิน 100,000 บาทที่ซื้อ S&P 500 ในวันที่ 23 ก.พ. 2569 มีมูลค่าราว 122,133 บาทในวันที่ 25 ก.ย. 2569 ถ้าซื้อในวันที่ 23 ก.ค. 2569 จะมีมูลค่าราว 103,164 บาท (คำนวณ ไม่รวมค่าใช้จ่าย) ในช่วงหลังนี้จำนวนบาทต่อดอลลาร์ลดลง 1.3% จึงหักผลตอบแทนในดอลลาร์ไปบางส่วน
คนไทยลงทุนหุ้นสหรัฐผ่านช่องทางไหน?
ช่องทางที่ใหญ่ที่สุดสำหรับนักลงทุนรายย่อยคือกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ (FIF) ซึ่งมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 1,513,905 ล้านบาท ณ 30 มิ.ย. 2569 ตามข้อมูลสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) ที่ Hoonsmart รายงาน กองทุนหุ้นสหรัฐจำนวนมากเป็นกองทุนฟีดเดอร์ที่ซื้อกองทุน ETF ในสหรัฐอีกทอดหนึ่ง
อีกช่องทางคือ DR (Depositary Receipt) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งซื้อขายเป็นเงินบาท แต่ราคาได้รับผลทั้งจากราคาหุ้นต่างประเทศและความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน DR ที่อ้างอิงหลักทรัพย์ในสหรัฐซื้อขายได้ทั้งช่วงกลางวันและช่วงกลางคืนถึง 03:00 น. ของวันถัดไป (ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย) การจ่ายเงินเป็นบาทจึงไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงค่าเงินหายไป
ในภาพรวมระดับประเทศ สถิติดุลการชำระเงินของ ธปท. แสดงว่าผู้มีถิ่นฐานในไทยซื้อตราสารทุนต่างประเทศสุทธิ 23,146 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 ในจำนวนนี้ 13,548 ล้านดอลลาร์มาจากสถาบันการเงินที่ไม่รับฝากเงิน ซึ่งรวมถึงกองทุนรวมและบริษัทประกัน และ 4,213 ล้านดอลลาร์มาจากบริษัทที่ไม่ใช่สถาบันการเงินและครัวเรือน (ธปท. EC_XT_049_S2) ในปี 2569 ยังซื้อสุทธิต่อเนื่อง 6,534 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 1 และ 5,713 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 2 (ตารางรายไตรมาสของ ธปท., ข้อมูลเบื้องต้น) เงินที่ไหลออกส่วนนี้คือส่วนหนึ่งของเรื่องใน ดุลบัญชีเดินสะพัดกับค่าเงินบาท
ป้องกันความเสี่ยงค่าเงินหรือไม่ ต่างกันอย่างไร?
กองทุนที่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงินเต็มจำนวนจะได้ผลตอบแทนใกล้กับผลตอบแทนในดอลลาร์ หักด้วยต้นทุนการป้องกันความเสี่ยง ซึ่งโดยประมาณเท่ากับส่วนต่างดอกเบี้ยของสองสกุลเงิน ส่วนกองทุนที่ไม่ป้องกันจะได้หรือเสียตามค่าเงินเต็มจำนวน อย่างที่แสดงในตารางข้างต้น
| อัตราดอกเบี้ยนโยบาย | รายละเอียด | |
|---|---|---|
| สหรัฐ (Fed) | 3.75–4.00% | ขึ้น 0.25 จุดเมื่อ 16 ก.ย. 2569 (Federal Reserve) |
| ไทย (ธปท.) | 1.00% | ลดจาก 1.25% เมื่อ 25 ก.พ. 2569 และมีมติเอกฉันท์คงไว้เมื่อ 26 ส.ค. 2569 (ธปท.) |
| ส่วนต่าง | ราว 2.75–3.00 จุดต่อปี | คำนวณ |
เพราะดอกเบี้ยดอลลาร์สูงกว่าดอกเบี้ยบาท นักลงทุนไทยที่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงินจึงมีต้นทุนราวส่วนต่างนี้ต่อปี นี่เป็นค่าประมาณเท่านั้น ต้นทุนจริงขึ้นกับอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้าในตลาดและอายุสัญญา ประวัติการลงมติของ กนง. ดูได้จากตารางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท.
กองทุนไทยมักเปิดเผยสัดส่วนการป้องกันความเสี่ยงในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุป ตัวอย่างเช่น Factsheet ของกองทุน K-US500X-A(A) ซึ่งลงทุนใน iShares Core S&P 500 ETF ระบุว่าป้องกันความเสี่ยงค่าเงินตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยมีสัดส่วน FX Hedging 92.92% ณ 31 ก.ค. 2569 และใช้ดัชนีชี้วัดที่ป้องกันความเสี่ยง 90% และไม่ป้องกัน 10% (บลจ.กสิกรไทย) กองทุนลักษณะนี้จึงได้ส่วนเพิ่มจากบาทที่อ่อนค่าในปี 2569 น้อยกว่าตัวเลขในตารางข้างต้น ซึ่งคำนวณแบบไม่ป้องกันความเสี่ยงเลย ในช่วงที่บาทแข็งค่า ผลจะกลับทิศ ตัวอย่างนี้ยกมาเพื่ออธิบายการเปิดเผยข้อมูล ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
นอกจากนักลงทุน ใครได้หรือเสียจากเงินบาทที่อ่อนค่า?
ผู้ที่มีรายรับเป็นดอลลาร์ได้ประโยชน์ ส่วนผู้ที่ต้องจ่ายเป็นดอลลาร์ต้องใช้เงินบาทมากขึ้น เงิน 1,000 ดอลลาร์เท่ากับ 30,960 บาทในวันที่ 23 ก.พ. 2569, 33,830 บาทในวันที่ 23 ก.ค. และ 33,390 บาทในวันที่ 25 ก.ย. 2569 (คำนวณจากอัตรา H.10 ไม่ใช่อัตราขายของธนาคารไทย) ผู้ส่งออกและธุรกิจท่องเที่ยวที่รับเงินตราต่างประเทศได้เงินบาทมากขึ้นต่อดอลลาร์ ขณะที่ผู้นำเข้าน้ำมันและวัตถุดิบ รวมถึงคนไทยที่เดินทางหรือจ่ายค่าเล่าเรียนในต่างประเทศต้องใช้เงินบาทมากขึ้น
ข้อจำกัดของตัวเลขชุดนี้
ตารางรายเดือนใช้ค่าเฉลี่ยรายเดือน ไม่ใช่ราคาของวันใดวันหนึ่ง ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq-100 เป็นดัชนีราคาที่ไม่รวมเงินปันผล อัตรารายวันเป็นอัตรารับซื้อเที่ยงวันในนิวยอร์ก (H.10) ซึ่งต่างจากอัตราอ้างอิงของ ธปท. และอัตราที่ธนาคารไทยใช้แลกเงินจริง ตัวอย่างทั้งหมดไม่รวมค่าธรรมเนียมกองทุน ส่วนต่างอัตราซื้อขายเงินตรา และภาษี
CapsWindow ไม่พยากรณ์อัตราแลกเปลี่ยน ตัวเลขในบทความนี้เป็นการวัดย้อนหลังเท่านั้น
ลองกับจำนวนเงินของคุณเอง — เครื่องคำนวณมูลค่าเงินในอดีตช่วยเปรียบเทียบเงินจำนวนเดียวกันระหว่างสองช่วงเวลาด้วยหลายเกณฑ์ ดูที่มาของข้อมูลได้ที่ ข้อมูลและวิธีการคำนวณ
คำถามที่พบบ่อย
เงินบาทอ่อนทำให้ผลตอบแทนหุ้นสหรัฐเป็นเงินบาทสูงขึ้นจริงไหม?
จริง หากไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน เมื่อเทียบค่าเฉลี่ยรายเดือน ธ.ค. 2568 กับ ส.ค. 2569 S&P 500 เพิ่มขึ้น 12.5% ในดอลลาร์ แต่ 17.5% ในบาท เพราะจำนวนบาทต่อดอลลาร์เพิ่มขึ้น 4.4% จาก 31.61 เป็น 33.01 บาท ตัวเลขนี้ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียม และภาษี
ถ้าซื้อหุ้นสหรัฐตอนเงินบาทอ่อนที่สุดของปี 2569 ผลเป็นอย่างไร?
เงินบาทอ่อนที่สุดของปี 2569 ในวันที่ 23 ก.ค. ที่ 33.83 บาทต่อดอลลาร์ (FRED H.10) หลังจากนั้นบาทแข็งขึ้นเป็น 33.39 บาทในวันที่ 25 ก.ย. 2569 S&P 500 ในช่วงนี้จึงให้ผลตอบแทน +4.5% ในดอลลาร์ แต่เหลือ +3.2% ในบาท
กองทุนหุ้นสหรัฐแบบป้องกันความเสี่ยงค่าเงินมีต้นทุนเท่าไร?
โดยประมาณเท่ากับส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างดอลลาร์กับบาท Fed อยู่ที่ 3.75–4.00% หลัง 16 ก.ย. 2569 และ ธปท. อยู่ที่ 1.00% ส่วนต่างจึงราว 2.75–3.00 จุดต่อปี ต้นทุนจริงขึ้นกับอัตราล่วงหน้าและสัญญาที่กองทุนใช้ กองทุนไทยมักระบุสัดส่วนการป้องกันความเสี่ยงไว้ในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุป
ซื้อ DR หุ้นสหรัฐเป็นเงินบาทแล้วไม่มีความเสี่ยงค่าเงินใช่ไหม?
ไม่ใช่ DR ซื้อขายเป็นเงินบาทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แต่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบุว่าราคา DR ได้รับผลจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนด้วย เพราะสินทรัพย์อ้างอิงเป็นหุ้นต่างประเทศ
แหล่งข้อมูล
- CapsWindow · ข้อมูลและวิธีการคำนวณ ↗
- FRED — S&P 500 (SP500, ราคาปิดรายวัน) ↗
- FRED — NASDAQ 100 Index (NASDAQ100, ราคาปิดรายวัน) ↗
- FRED — Thai Baht to U.S. Dollar Spot Exchange Rate (DEXTHUS, H.10) ↗
- BIS — Bilateral exchange rates (อัตราแลกเปลี่ยนรายเดือน) ↗
- Federal Reserve — FOMC statement (16 ก.ย. 2569) ↗
- ธปท. — ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ครั้งที่ 4/2569 (26 ส.ค. 2569) ↗
- ธปท. — อัตราดอกเบี้ยนโยบายและผลการลงมติ กนง. ↗
- ธปท. — EC_XT_049_S2 ดุลการชำระเงิน (ดอลลาร์ สรอ.) ↗
- ธปท. — ตารางเครื่องชี้ภาวะเศรษฐกิจรายไตรมาส (รายงานเดือน ก.ค. 2569) ↗
- บลจ.กสิกรไทย — Factsheet K-US500X-A(A) (ข้อมูล ณ 31 ก.ค. 2569) ↗
- ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย — ข้อมูลลักษณะผลิตภัณฑ์ DR ↗
- Hoonsmart — กองทุนรวมครึ่งปี 2569 (ข้อมูล AIMC, 9 ก.ค. 2569) ↗