ดอกเบี้ยนโยบายไทยต่ำกว่าเฟด 300 จุด ก่อนประชุม กนง. 28 ตุลาคม 2026
หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ยเป็น 3.75–4.00% อัตราดอกเบี้ยนโยบายไทย 1.00% ต่ำกว่าขอบบนของเฟด 300 จุดพื้นฐาน ห่างที่สุดในกลุ่มตลาดเอเชียที่เปรียบเทียบ ดูเส้นทางส่วนต่างตั้งแต่ปี 2019 ดอกเบี้ยแท้จริง และสิ่งที่ต้องติดตามปลายเดือนตุลาคม
เฟดกลับมาขึ้นดอกเบี้ยเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2026 ขณะที่ไทยลดดอกเบี้ยไปตั้งแต่ต้นปี ทั้งสองธนาคารกลางจะประชุมอีกครั้งในวันเดียวกันคือ 28 ตุลาคม บทความนี้วัดว่าดอกเบี้ยนโยบายไทยห่างจากเฟดเท่าไร ห่างแบบนี้มานานแค่ไหน และตัวเลขนี้บอกอะไรได้บ้าง
ตอนนี้ดอกเบี้ยไทยต่ำกว่าเฟดเท่าไร
อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ที่ 1.00% ต่ำกว่าขอบบนของกรอบเป้าหมายเฟด 4.00% อยู่ 300 จุดพื้นฐาน ณ วันที่ 17 ตุลาคม 2026
อัตราดอกเบี้ยนโยบายไทย 1.00% ลบขอบบนของเฟด 4.00% (CapsWindow คำนวณ ณ 17 ตุลาคม 2026)
เฟดขึ้นกรอบเป้าหมายจาก 3.50–3.75% เป็น 3.75–4.00% ด้วยมติ 12 ต่อ 0 ตามแถลงการณ์ FOMC นับเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่กรกฎาคม 2023 ตามประวัติข้อมูลของ FRED ฝั่งไทยยังอยู่ที่ 1.00% ตั้งแต่การลดดอกเบี้ยเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2026
เมื่อวางเทียบกับตลาดเอเชียอื่นด้วยเกณฑ์เดียวกัน ไทยเป็นตลาดที่ต่ำกว่าเฟดมากที่สุด
ตอนนี้ดอกเบี้ยไทยต่ำกว่าเฟดเท่าไร
- อินโดนีเซีย
- อัตราดอกเบี้ยนโยบาย
- 5.75%
- ส่วนต่างกับขอบบนของเฟด
- +175 จุดพื้นฐาน
- ฮ่องกง (Base Rate ตามสูตร)
- อัตราดอกเบี้ยนโยบาย
- 4.25%
- ส่วนต่างกับขอบบนของเฟด
- +25 จุดพื้นฐาน
- มาเลเซีย
- อัตราดอกเบี้ยนโยบาย
- 2.75%
- ส่วนต่างกับขอบบนของเฟด
- −125 จุดพื้นฐาน
- ไทย
- อัตราดอกเบี้ยนโยบาย
- 1.00%
- ส่วนต่างกับขอบบนของเฟด
- −300 จุดพื้นฐาน
คัดเลือกบางรายการจากตารางด้านล่าง วันที่อ้างอิง หน่วย นิยาม และข้อจำกัดยังคงเป็นไปตามตารางและเนื้อหาเดิม
| ตลาด | อัตราดอกเบี้ยนโยบาย | ส่วนต่างกับขอบบนของเฟด |
|---|---|---|
| อินโดนีเซีย | 5.75% | +175 จุดพื้นฐาน |
| ฟิลิปปินส์ | 5.00% | +100 จุดพื้นฐาน |
| เวียดนาม (อัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์) | 4.50% | +50 จุดพื้นฐาน |
| ฮ่องกง (Base Rate ตามสูตร) | 4.25% | +25 จุดพื้นฐาน |
| เกาหลีใต้ | 3.00% | −100 จุดพื้นฐาน |
| มาเลเซีย | 2.75% | −125 จุดพื้นฐาน |
| ไต้หวัน | 2.00% | −200 จุดพื้นฐาน |
| ญี่ปุ่น | ราว 1.25% | −275 จุดพื้นฐาน |
| ไทย | 1.00% | −300 จุดพื้นฐาน |
ข้อมูล ณ 17 ตุลาคม 2026 ส่วนต่างเป็นการคำนวณของ CapsWindow สิงคโปร์ไม่อยู่ในตารางเพราะดำเนินนโยบายผ่านกรอบอัตราแลกเปลี่ยนและไม่มีอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
ส่วนต่างเปลี่ยนไปอย่างไรตั้งแต่ปี 2019
ส่วนต่างปัจจุบันไม่ใช่จุดที่กว้างที่สุด ช่วงที่เฟดดอกเบี้ยสูงสุดเมื่อกลางปี 2023 ส่วนต่างเคยอยู่ที่ −350 จุดพื้นฐาน
| จุดอ้างอิง | ไทย | ขอบบนของเฟด | ส่วนต่าง |
|---|---|---|---|
| สิ้นปี 2019 | 1.25% | 1.75% | −50 จุดพื้นฐาน |
| สิ้นปี 2022 | 1.25% | 4.50% | −325 จุดพื้นฐาน |
| 26 กรกฎาคม 2023 (เฟดขึ้นถึงจุดสูงสุด) | 2.00% | 5.50% | −350 จุดพื้นฐาน |
| สิ้นปี 2023 | 2.50% | 5.50% | −300 จุดพื้นฐาน |
| สิ้นปี 2024 | 2.25% | 4.50% | −225 จุดพื้นฐาน |
| สิ้นปี 2025 | 1.25% | 3.75% | −250 จุดพื้นฐาน |
| 17 ตุลาคม 2026 | 1.00% | 4.00% | −300 จุดพื้นฐาน |
อัตราของไทยตามตารางผลการประชุม กนง. ซึ่งตรงกับชุดข้อมูลรายเดือนของ BIS ส่วนต่างเป็นการคำนวณ
การแยกส่วนประกอบช่วยให้เห็นว่าใครเป็นฝ่ายขยับ ตั้งแต่ 26 กรกฎาคม 2023 ถึงปัจจุบัน ส่วนต่างแคบลง 50 จุด มาจากเฟดลดลง 150 จุด หักด้วยไทยลดลง 100 จุด ส่วนตั้งแต่สิ้นปี 2025 ส่วนต่างกว้างขึ้น 50 จุด มาจากสองฝั่งพร้อมกัน คือไทยลด 25 จุดและเฟดขึ้น 25 จุด
กนง. ตัดสินใจอะไรไปแล้วในปี 2026
กนง. ลดดอกเบี้ยหนึ่งครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ และคงไว้ที่ 1.00% ในการประชุมทุกครั้งหลังจากนั้น
| วันประชุม | ผล | อัตราดอกเบี้ยนโยบาย |
|---|---|---|
| 25 กุมภาพันธ์ 2026 | ลด 25 จุด (มติ 4 ต่อ 2) | 1.00% |
| 29 เมษายน 2026 | คงอัตรา | 1.00% |
| 24 มิถุนายน 2026 | คงอัตรา (มติเอกฉันท์ 7 ต่อ 0) | 1.00% |
| 26 สิงหาคม 2026 | คงอัตรา (มติเอกฉันท์) | 1.00% |
| 28 ตุลาคม 2026 | ยังไม่ประชุม | — |
| 23 ธันวาคม 2026 | ยังไม่ประชุม | — |
ผลการประชุมเดือนกุมภาพันธ์และสิงหาคมอ้างอิงข่าว กนง. 25 กุมภาพันธ์และข่าว กนง. 26 สิงหาคม ผลเดือนเมษายนอ้างอิงตารางผลการประชุมของ ธปท. วันประชุมที่เหลือตามกำหนดการ กนง.
ในปีเดียวกัน เฟดคงดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมกราคมถึงกรกฎาคม แล้วจึงขึ้นในเดือนกันยายน ไทยกับสหรัฐจึงเดินคนละทิศในปี 2026
หักเงินเฟ้อแล้วดอกเบี้ยไทยเป็นอย่างไร
ดอกเบี้ยนโยบายแท้จริงของไทยติดลบ 1.82 จุดร้อยละ ขณะที่ของสหรัฐยังเป็นบวกเล็กน้อย เมื่อคำนวณแบบง่ายด้วยเงินเฟ้อทั่วไปเดือนกันยายน 2026 ของทั้งสองประเทศ
| รายการ | ไทย | สหรัฐ |
|---|---|---|
| อัตราดอกเบี้ยนโยบาย | 1.00% | 4.00% (ขอบบน) |
| เงินเฟ้อทั่วไป กันยายน 2026 | 2.82% | 3.7% |
| ดอกเบี้ยแท้จริง (คำนวณ) | −1.82 จุด | +0.30 จุด |
| เงินเฟ้อพื้นฐาน กันยายน 2026 | 1.50% | 2.6% |
| ดอกเบี้ยแท้จริงเทียบเงินเฟ้อพื้นฐาน (คำนวณ) | −0.50 จุด | +1.40 จุด |
เงินเฟ้อไทยจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ซึ่งระบุว่าแรงขึ้นมาจากราคาเชื้อเพลิงในประเทศ อาหารสำเร็จรูป และอาหารสด ส่วนเงินเฟ้อสหรัฐจากสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ
ภาพนี้เปลี่ยนเร็วภายในปีเดียว ในไตรมาสแรกของปี 2026 เงินเฟ้อทั่วไปของไทยยังติดลบ (มีนาคม −0.68% คำนวณจากดัชนีราคาของ BIS) ดอกเบี้ยแท้จริงจึงเป็นบวกราว +1.68 จุด หลังเงินเฟ้อพลิกเป็นบวกตั้งแต่เดือนเมษายน ดอกเบี้ยแท้จริงจึงลงไปติดลบ ทั้งที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายไม่ได้เปลี่ยนเลยตั้งแต่ปลายกุมภาพันธ์
ปลายเดือนตุลาคมต้องติดตามอะไร
สิ่งที่รู้แน่นอนคือวันประชุม ส่วนผลการประชุมยังไม่มีใครรู้ ณ วันที่เขียน
- ลำดับการประชุมในภูมิภาค: ธนาคารกลางอินโดนีเซียประกาศ 21 ตุลาคม ฟิลิปปินส์และเกาหลีใต้ 22 ตุลาคม กนง. 28 ตุลาคม และเฟด 27–28 ตุลาคมตามเวลาสหรัฐ ตามปฏิทิน FOMC
- สิ่งที่ตลาดสะท้อนสำหรับเฟด: ความน่าจะเป็นที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนตุลาคมตามเครื่องมือ CME FedWatch ลดลงจาก 41.5% เมื่อ 14 ตุลาคม (รายงานโดย Yahoo Finance) เหลือราว 15–17% ในวันที่ 16 ตุลาคม ตามรายงานของ Investing.com และ Cointelegraph หลังประธานเฟด Kevin Warsh กล่าวว่า “I don’t prejudge meetings.” ตัวเลขนี้เป็นราคาในตลาด ณ เวลาหนึ่ง ไม่ใช่คำตอบล่วงหน้า
- ฝั่ง กนง.: เราไม่พบผลสำรวจความเห็นนักวิเคราะห์ที่ยืนยันได้สำหรับการประชุมวันที่ 28 ตุลาคม จึงไม่ระบุตัวเลขคาดการณ์ในบทความนี้
ส่วนต่างหลังการประชุมคำนวณได้ตรงไปตรงมา หาก กนง. คงอัตราและเฟดคงอัตรา ส่วนต่างอยู่ที่ −300 จุดพื้นฐานเท่าเดิม หากเฟดขึ้น 25 จุดขณะที่ไทยคงอัตรา ส่วนต่างจะเป็น −325 จุดพื้นฐาน และทุกการขยับ 25 จุดของฝั่งใดฝั่งหนึ่งจะเลื่อนส่วนต่างไป 25 จุดเท่ากัน นี่เป็นการคำนวณ ไม่ใช่การคาดการณ์
ส่วนต่างนี้ไม่ได้กำหนดค่าเงินบาทเพียงลำพัง
ส่วนต่างดอกเบี้ยเป็นเพียงหนึ่งในหลายปัจจัย และข้อมูลของไทยแสดงว่าไม่ใช่ปัจจัยที่เด่นที่สุด ตั้งแต่สิ้นปี 2024 ส่วนต่างดอกเบี้ยนโยบายติดลบ 225 ถึง 300 จุดพื้นฐานทุกจุดอ้างอิงในตารางข้างต้น แต่เงินบาทเฉลี่ยรายเดือนกลับแข็งค่าถึง 31.26 บาทต่อดอลลาร์ในกุมภาพันธ์ 2026 ก่อนอ่อนลงในช่วงที่ดุลบัญชีเดินสะพัดพลิกเป็นขาดดุล 17,837 ล้านดอลลาร์ในเดือนมกราคมถึงกรกฎาคม 2026 ตามข้อมูลของ ธปท. ที่สรุปไว้ในบทความดุลการค้ากับค่าเงิน
บทความส่วนต่างบอนด์ยีลด์ไทยกับสหรัฐทดสอบเรื่องเดียวกันด้วยข้อมูล 26 ปีของพันธบัตร 10 ปี และพบสหสัมพันธ์ระหว่างส่วนต่างกับค่าเงินบาทเพียง −0.04
ถ้าอยากเห็นว่าสมมติฐานผลตอบแทนที่ต่างกันเพียงไม่กี่จุดร้อยละส่งผลต่อเงินออมระยะยาวมากแค่ไหน ลองใส่ตัวเลขของคุณเองแล้วเทียบกับหลายเกณฑ์
เทียบการเติบโตของเงินออมด้วยหลายเกณฑ์ →
ส่วนต่างในบทความนี้ใช้ขอบบนของกรอบเป้าหมายเฟดเป็นเกณฑ์ หากใช้ค่ากลาง ตัวเลขจะต่างไป 12.5 จุดพื้นฐาน ตารางย้อนหลังเป็นค่า ณ จุดอ้างอิงที่เลือก ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยของแต่ละปี ดอกเบี้ยแท้จริงเป็นการคำนวณแบบง่ายด้วยเงินเฟ้อย้อนหลัง 12 เดือน ไม่ใช่เงินเฟ้อคาดการณ์ ความน่าจะเป็นจาก CME FedWatch เปลี่ยนได้ทุกวันและอ้างอิงจากรายงานข่าว ผลการประชุมวันที่ 28 ตุลาคม 2026 ยังไม่เกิดขึ้น ณ วันที่เขียน และบทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมใช้ขอบบน 4.00% ของเฟดเป็นตัวเทียบ
เฟดประกาศอัตราดอกเบี้ยเป็นกรอบ 3.75–4.00% ไม่ใช่ตัวเลขเดียว บทความนี้ใช้ขอบบนเป็นเกณฑ์เดียวกันทุกช่วงเวลา หากใช้ค่ากลาง 3.875% ส่วนต่างของไทยจะเป็น −287.5 จุดพื้นฐานแทน −300 จุด ทิศทางของข้อสรุปไม่เปลี่ยน
ถ้าเฟดขึ้นดอกเบี้ย ไทยต้องขึ้นตามหรือไม่
ไม่มีกลไกบังคับ ไทยไม่ได้ผูกดอกเบี้ยกับสหรัฐแบบฮ่องกงที่ใช้สูตรอ้างอิงเฟด ในปี 2026 กนง. ลดดอกเบี้ยเมื่อกุมภาพันธ์และคงไว้ต่อมา ขณะที่เฟดขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน หาก กนง. คงดอกเบี้ยและเฟดขึ้นอีก 25 จุด ส่วนต่างจะกว้างขึ้นเป็น −325 จุดพื้นฐานโดยการคำนวณ
การประชุมครั้งถัดไปของ กนง. และเฟดคือเมื่อไร
กนง. ประชุมวันที่ 28 ตุลาคม และ 23 ธันวาคม 2026 ส่วนเฟดประชุมวันที่ 27–28 ตุลาคม และ 8–9 ธันวาคม 2026 ตามเวลาสหรัฐ ตามปฏิทินที่ทั้งสองธนาคารกลางเผยแพร่
ดอกเบี้ยไทยต่ำกว่าสหรัฐมากแล้วเงินบาทต้องอ่อนใช่หรือไม่
ไม่จำเป็น ตั้งแต่สิ้นปี 2024 ส่วนต่างดอกเบี้ยนโยบายติดลบ 225 ถึง 300 จุดพื้นฐานทุกจุดอ้างอิงในบทความนี้ แต่เงินบาทเฉลี่ยรายเดือนแข็งค่าที่สุดในรอบ 51 เดือนนับจากมิถุนายน 2022 ที่ 31.26 บาทต่อดอลลาร์ในกุมภาพันธ์ 2026 ดุลบัญชีเดินสะพัดและกระแสเงินทุนเคลื่อนไหวสอดคล้องกับเงินบาทมากกว่า
แหล่งข้อมูล
- Federal Reserve - แถลงการณ์ FOMC 16 กันยายน 2026 ↗
- FRED - ขอบบนของกรอบเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยเฟด (DFEDTARU) ↗
- Federal Reserve - ปฏิทินการประชุม FOMC ↗
- ธนาคารแห่งประเทศไทย - ตารางผลการประชุม กนง. และอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ↗
- ธนาคารแห่งประเทศไทย - ผลการประชุม กนง. 25 กุมภาพันธ์ 2026 ↗
- ธนาคารแห่งประเทศไทย - ผลการประชุม กนง. 26 สิงหาคม 2026 ↗
- ธนาคารแห่งประเทศไทย - กำหนดการประชุม กนง. 2026 ↗
- สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า - ดัชนีราคาผู้บริโภค กันยายน 2026 ↗
- BLS - ดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐ กันยายน 2026 ↗
- BIS - อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย รายเดือน ↗
- Investing.com - ความน่าจะเป็นที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคม (16 ตุลาคม 2026) ↗
- Cointelegraph - CME FedWatch หลังคำกล่าวของประธานเฟด (16 ตุลาคม 2026) ↗