THB หน้าแรก
หน้าแรก · เครื่องคำนวณ · บทความ
บทความ · ไทย

ส่วนต่างบอนด์ยีลด์ 10 ปี กับ 2 ปีของไทยคืออะไร ทำไม Yield Curve ไทยไม่เคยกลับหัว

ส่วนต่างระหว่างยีลด์ 10 ปีกับ 2 ปีของไทยเดือนกันยายน 2026 อยู่ที่ 101 จุดพื้นฐาน เท่ากับค่ากลางในอดีต และไม่เคยติดลบเลยใน 324 เดือนตั้งแต่ปี 1999 แล้วเส้นที่แบนเคยเตือนเศรษฐกิจถดถอยได้แค่ไหน

CapsWindowเผยแพร่:
Interest ratesBond yieldsGDP

ในสหรัฐ คำว่า “yield curve กลับหัว” ถูกใช้เป็นสัญญาณเตือนเศรษฐกิจถดถอยมานานหลายสิบปี แต่ถ้าใช้กับตลาดพันธบัตรไทย จะพบว่าสัญญาณนี้แทบไม่เคยปรากฏ ส่วนต่างของไทยจึงต้องอ่านด้วยเกณฑ์อื่น

ส่วนต่างยีลด์ระยะยาวกับระยะสั้นคืออะไร

ส่วนต่างระยะยาวลบระยะสั้น (term spread) ในบทความนี้คือยีลด์พันธบัตรรัฐบาลไทย 10 ปีลบยีลด์ 2 ปี ทั้งสองค่ามาจากเส้นอัตราผลตอบแทนรายวันของ ThaiBMA แล้วเฉลี่ยเป็นรายเดือน

ปกติผู้ลงทุนเรียกผลตอบแทนสูงกว่าสำหรับการให้กู้นานกว่า ส่วนต่างจึงเป็นบวก ถ้าส่วนต่างติดลบ (กลับหัว) แปลว่าตลาดคาดว่าดอกเบี้ยระยะสั้นจะลดลงในอนาคต ซึ่งมักเกิดเมื่อคาดว่าเศรษฐกิจจะชะลอ

ตอนนี้ส่วนต่างของไทยอยู่ที่เท่าไร

ส่วนต่าง 10 ปีลบ 2 ปีเฉลี่ยเดือนกันยายน 2026 อยู่ที่ 101 จุดพื้นฐาน เท่ากับค่ากลางในอดีตพอดี

101 จุดพื้นฐาน

ยีลด์ 10 ปี 2.32% ลบยีลด์ 2 ปี 1.31% ค่าเฉลี่ยรายเดือน กันยายน 2026 (ThaiBMA) ค่ากลางตั้งแต่ตุลาคม 1999 คือ 101.0 จุดพื้นฐาน

ภาพอธิบาย

ตอนนี้ส่วนต่างของไทยอยู่ที่เท่าไร

  1. กันยายน 2026
    ค่า
    100.9 จุดพื้นฐาน
  2. ค่ากลาง
    ค่า
    101.0 จุดพื้นฐาน
  3. เดือนที่ติดลบ
    ค่า
    0 จาก 324 เดือน
  4. ชันที่สุด
    ค่า
    354.4 จุดพื้นฐาน (ตุลาคม 1999)

คัดเลือกบางรายการจากตารางด้านล่าง วันที่อ้างอิง หน่วย นิยาม และข้อจำกัดยังคงเป็นไปตามตารางและเนื้อหาเดิม

แหล่งข้อมูล ↓

รายการค่า
กันยายน 2026100.9 จุดพื้นฐาน
ค่าเฉลี่ย ตุลาคม 1999–กันยายน 2026119.8 จุดพื้นฐาน
ค่ากลาง101.0 จุดพื้นฐาน
เดือนที่ติดลบ0 จาก 324 เดือน
แบนที่สุด9.2 จุดพื้นฐาน (สิงหาคม 2019)
ชันที่สุด354.4 จุดพื้นฐาน (ตุลาคม 1999)

สิ่งที่น่าสนใจคือการเปลี่ยนแปลงในรอบ 14 เดือน ส่วนต่างเคยแคบเหลือ 19.1 จุดพื้นฐานในกรกฎาคม 2025 ซึ่งแบนที่สุดนับจากปี 2019 จากนั้นกว้างขึ้นเป็น 101 จุดพื้นฐาน

เดือน10 ปี2 ปีส่วนต่าง
กรกฎาคม 20251.54%1.35%19.1 จุดพื้นฐาน
ธันวาคม 20251.70%1.20%50.4 จุดพื้นฐาน
มีนาคม 20262.07%1.24%82.8 จุดพื้นฐาน
มิถุนายน 20262.15%1.19%96.2 จุดพื้นฐาน
กันยายน 20262.32%1.31%100.9 จุดพื้นฐาน

ปลายสั้นแทบไม่ขยับ ปลายยาวขึ้นราว 78 จุดพื้นฐาน เส้นที่ชันขึ้นรอบนี้จึงไม่ได้มาจากการคาดว่าดอกเบี้ยนโยบายจะลดลงอีก แต่มาจากยีลด์ระยะยาวที่ขึ้นพร้อมเงินเฟ้อและตลาดพันธบัตรโลก

เส้นที่แบนเคยเตือนเศรษฐกิจถดถอยได้หรือไม่

ไทยไม่มีช่วงกลับหัวให้ทดสอบ บทความนี้จึงใช้เกณฑ์ส่วนต่างต่ำกว่า 20 จุดพื้นฐานติดกันสามเดือนขึ้นไป ซึ่งเกิดขึ้นสามครั้ง แล้วดูไตรมาสที่ GDP ที่แท้จริงปรับฤดูกาลหดตัวเทียบไตรมาสก่อน (คำนวณจากข้อมูล IMF QNEA)

ช่วงที่เส้นแบนต่ำสุดไตรมาสหดตัวที่ตามมาเหตุการณ์ในช่วงนั้น
กันยายน–ธันวาคม 200615.7 จุดพื้นฐาน2008Q1 −0.01%, 2008Q4 −2.58%, 2009Q1 −2.97%วิกฤตการเงินโลก ห่างไป 5–9 ไตรมาส
สิงหาคม–พฤศจิกายน 20119.6 จุดพื้นฐาน2011Q4 −6.28%น้ำท่วมใหญ่ เกิดพร้อมกันไม่ใช่ล่วงหน้า
สิงหาคม–ตุลาคม 20199.2 จุดพื้นฐาน2019Q4 −1.65%, 2020Q1 −1.56%, 2020Q2 −9.25%การค้าโลกชะลอ แล้วตามด้วยโควิด-19

ถ้านับแบบตรงตัว ทั้งสามครั้ง “ตามมาด้วย” ไตรมาสหดตัว แต่เมื่อดูสาเหตุ ไม่มีครั้งไหนที่ตลาดพันธบัตรรู้ล่วงหน้าได้ น้ำท่วมปี 2011 เกิดพร้อมกับช่วงที่เส้นแบน และโควิด-19 เป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดไว้ในปี 2019

ด้านกลับกันก็สำคัญเท่ากัน ตั้งแต่ปี 2000 มีไตรมาสหดตัว 21 ไตรมาส หลายครั้งเกิดโดยไม่มีเส้นแบนนำมาก่อน เช่น 2005Q1 (−1.19%) ช่วงสึนามิ สี่ไตรมาสในช่วงปี 2013–2014 ซึ่งคาบเกี่ยวกับความไม่สงบทางการเมืองปลายปี 2013 ถึงปี 2014 และ 2021Q3 (−1.06%) ช่วงการระบาดระลอกเดลตา ล่าสุดในปี 2025 ส่วนต่างแคบเหลือ 19–22 จุดพื้นฐานในช่วงมิถุนายนถึงกันยายน และ GDP หดตัวเล็กน้อยใน 2025Q3 (−0.34%) และ 2026Q2 (−0.19%) แต่ไม่ได้หดตัวสองไตรมาสติดกัน

สหรัฐกลับหัว 26 เดือน แต่ไม่มีเศรษฐกิจถดถอย

แม้แต่ในสหรัฐ สัญญาณนี้ก็พลาดในรอบล่าสุด ส่วนต่าง 10 ปีลบ 2 ปีของสหรัฐ (FRED T10Y2Y ค่าเฉลี่ยรายเดือน) ติดลบตั้งแต่กรกฎาคม 2022 ถึงสิงหาคม 2024 รวม 26 เดือน ยาวที่สุดนับจากปี 1976 แต่เศรษฐกิจสหรัฐไม่ได้เข้าสู่ภาวะถดถอยในช่วงนั้น

บทเรียนสำหรับผู้อ่านไทยคือเครื่องมือนี้พัฒนามาจากตลาดที่ผู้ถือพันธบัตร ธนาคารกลาง และวัฏจักรสินเชื่อมีลักษณะเฉพาะ เมื่อนำมาใช้กับตลาดอื่นจึงต้องตรวจสอบกับข้อมูลของตลาดนั้นก่อน

ยีลด์ 2 ปีกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายบอกอะไร

ยีลด์ 2 ปีเฉลี่ยเดือนกันยายน 2026 อยู่ที่ 1.31% สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 1.00% อยู่ 31 จุดพื้นฐาน ใกล้ค่าเฉลี่ยตั้งแต่ปี 2000 (+31 จุดพื้นฐาน ค่ากลาง +17)

เดือนอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (สิ้นเดือน)ยีลด์ 2 ปีส่วนต่าง
กันยายน 20251.50%1.13%−37 จุดพื้นฐาน
ธันวาคม 20251.25%1.20%−5 จุดพื้นฐาน
มีนาคม 20261.00%1.24%+24 จุดพื้นฐาน
กันยายน 20261.00%1.31%+31 จุดพื้นฐาน

ในปี 2025 ยีลด์ 2 ปีต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบาย สอดคล้องกับช่วงที่ กนง. ทยอยลดดอกเบี้ยจนเหลือ 1.00% ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ตอนนี้ยีลด์ 2 ปีกลับมาอยู่เหนืออัตราดอกเบี้ยนโยบาย อ่านได้ว่าตลาดพันธบัตรไม่ได้คาดการลดดอกเบี้ยเพิ่มอย่างชัดเจน หลังจาก กนง. คงดอกเบี้ยเมื่อ 26 สิงหาคม 2026 การประชุมครั้งถัดไปคือ 28 ตุลาคม 2026

ถ้าต้องการดูว่าพอร์ตของคุณโตเท่าไรเมื่อเทียบกับหลายเกณฑ์ในช่วงเวลาเดียวกัน

เทียบการเติบโตของพอร์ตคุณเอง →

ข้อจำกัด

ยีลด์ 2 ปีและ 10 ปีของ ThaiBMA เป็นค่าจากเส้นอัตราผลตอบแทนที่ประมาณขึ้นตามอายุคงเหลือ ไม่ใช่พันธบัตรรุ่นใดรุ่นหนึ่ง ปลายสั้นของไทยมีสภาพคล่องต่ำกว่าปลายยาวในบางช่วง ตัวเลข GDP รายไตรมาสคำนวณจากระดับ GDP ที่แท้จริงปรับฤดูกาลที่ไทยรายงานต่อ IMF จึงอาจต่างจากตัวเลขที่ สศช. ประกาศ เกณฑ์ 20 จุดพื้นฐานเป็นเกณฑ์ที่บทความนี้เลือก การเปลี่ยนเกณฑ์จะเปลี่ยนจำนวนช่วงที่นับได้ และการที่สองเหตุการณ์เกิดตามกันไม่ได้แปลว่าเหตุการณ์หนึ่งเป็นสาเหตุของอีกเหตุการณ์หนึ่ง

คำถามที่พบบ่อย

Yield curve กลับหัวคืออะไร

คือภาวะที่ยีลด์พันธบัตรระยะสั้นสูงกว่าระยะยาว ทำให้ส่วนต่าง 10 ปีลบ 2 ปีติดลบ ในสหรัฐมักถูกมองเป็นสัญญาณเตือนเศรษฐกิจถดถอย แต่ในไทยไม่เคยเกิดขึ้นเลยในข้อมูลรายเดือนตั้งแต่ตุลาคม 1999

ถ้าไทยไม่เคยกลับหัว จะใช้สัญญาณอะไรแทน

บทความนี้ใช้เกณฑ์ส่วนต่างต่ำกว่า 20 จุดพื้นฐานติดกันสามเดือนขึ้นไป ซึ่งเกิดสามครั้ง หลังจากนั้นมีไตรมาสที่ GDP หดตัวทุกครั้ง แต่ทั้งสามครั้งมีเหตุการณ์ภายนอกเป็นตัวกำหนด และยังมีไตรมาสหดตัวอีกหลายครั้งที่เส้นไม่ได้แบนมาก่อน จึงไม่ควรใช้เป็นเครื่องพยากรณ์

เส้นอัตราผลตอบแทนที่ชันขึ้นในปี 2026 บอกอะไร

ส่วนต่างกว้างจาก 19 จุดพื้นฐานในกรกฎาคม 2025 เป็น 101 จุดพื้นฐานในกันยายน 2026 เพราะยีลด์ 10 ปีขึ้นราว 78 จุดพื้นฐาน ขณะที่ยีลด์ 2 ปีลดลงเล็กน้อย การชันขึ้นแบบนี้มาจากปลายยาวที่ขึ้นตามเงินเฟ้อและตลาดโลก ไม่ได้มาจากการลดดอกเบี้ยรอบใหม่

แหล่งข้อมูล

  1. ThaiBMA - เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (รายวัน) ↗
  2. IMF - Quarterly National Accounts (ข้อมูล GDP ที่แท้จริงของไทย) ↗
  3. FRED - ส่วนต่างพันธบัตรสหรัฐ 10 ปีลบ 2 ปี (T10Y2Y) ↗
  4. ธนาคารแห่งประเทศไทย - ผลการประชุม กนง. 26 สิงหาคม 2026 ↗
  5. ธนาคารแห่งประเทศไทย - กำหนดการประชุม กนง. 2569 ↗
  6. BIS - Central bank policy rates ↗

เครื่องคำนวณ

ดูเพิ่มเติม